Best of 2019 (Part 3/6) – TOP 5 GAMES

สารบัญทั้ง 6 Part https://jukewith.me/best-of-2019


5 อันดับเกมที่ถูกใจบล็อกนี้สุดๆ ในปี 2019 มาลองดูกันครับว่าเราใจตรงกันมากน้อยขนาดไหน ใครยังไม่ได้เล่นเกมไหนก็ถือเป็นการป้ายยาไปในตัว

เหมือน Part ที่แล้วๆ มา อันดับจะอยู่ที่ความประทับใจโดยรวม อาจจะเพราะติดหนึบมากวางจอยไม่ได้ หรือเนื้อเรื่อง/งานภาพ สักอย่างมันดีจริงๆ จนอยากบอกต่อ

4 ใน 5 เกมของลิสต์นี้เคลียร์ Achievement/ถ้วยรางวัลครบแล้ว ถือว่าเล่นทะลุพอควร หวังว่าความเห็นเหล่านี้จะพอมีน้ำหนักอยู่บ้างไม่มากก็น้อยครับ55


TOP 5 GAMES


อันดับ 5. Bloodstained: Ritual of the Night


เกม Metroidvania สไตล์ Old School ที่มีจุดเริ่มต้นจากโปรเจ็คต์ Kickstarter จนออกมาเป็นรูปเป็นร่างและได้วางจำหน่ายในปีนี้ในที่สุด ได้อดีตโปรดิวเซอร์จาก Castlevania มาร่วมดีไซน์ เกมนี้จึงมีกลิ่นอายอยู่ไม่น้อย

เสน่ห์ของ Bloodstained อยู่ที่รูปแบบ Gameplay ที่ยืดหยุ่นและมีกลไกที่ต้องประยุกต์ใช้สกิลให้เข้ากับสถานการณ์เยอะมากๆ ไม่ว่าจะการเอาชนะศัตรู การเข้าถึงพื้นที่ลับ หรือแก้พัซเซิลต่างๆ ก็ทำได้ลงตัวไม่น่าเบื่อ รู้สึกได้ถึง Level Design ที่ดีสำหรับเกมแนวนี้เลย

กราฟิกผมค่อนข้างเฉยๆ ออกจะตกยุคเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่รู้สึกว่าการออกแบบสถานที่นั้นทำมาดี ดูโอ่โถงได้ฟีลตะวันตก อีกทั้งดนตรีก็สนุกในแบบเกมยุคก่อน เมื่อรวมกับความสดใหม่บางประการแล้วก็ทำให้เกมนี้มีอะไรน่าสนใจ มากกว่าจะเป็นเกมที่เดินตาม Castlevania อยู่เยอะ

ข้อด้อยของ Bloodstained อยู่ที่การเล่าเรื่องซึ่งยังขาดชั้นเชิงไปมาก และบั๊กมีค่อนข้างเยอะ แต่เมื่อเทียบกับแอคชั่นที่สนุกและมอบอิสระให้กับผู้เล่นจนล้นแล้วก็หักลบไปไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเมนต์ที่ได้ค้นพบความลับหรือ Easter Egg อะไรสักอย่างจากเกม มีเยอะชวนสนุกจนหยุดเล่นไม่ได้เลย

และที่สำคัญ Miriam นางเอกของเราก็น่ารักมากด้วย!


อันดับ 4. Monster Hunter World: Iceborne


ถึงจะเป็นเพียงภาคเสริมของ Monster Hunter World แต่ก็ขอเอามารวมอยู่ในลิสต์นี้ด้วย เพราะหากท่านใดได้สัมผัสตัวเกมมาก็คงจะทราบดีว่า มันคือ ‘Massive Expansion’ ในระดับที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมอนฮันภาคใหม่ได้เลย

ความเหนือชั้นอย่างแรกของ Capcom ก็คือการทำตลาดตั้งแต่เกมยังไม่ออก ปั่นกระแสให้คน Hype ด้วยการแง้มเอาตัวอย่างทีละนิดละหน่อยออกมาให้ดู โมเมนต์ที่เราค่อยๆ ทยอยเห็นว่าจะมีมอนสเตอร์ตัวไหนโผล่มาใหม่บ้างนี่ตื่นเต้นสุดๆ ยิ่งตัวโปรดจากภาคก่อนๆ ด้วยแล้ว. ก็ต้องยอมรับว่าเป็นบารมีจากแฟรนไชส์ที่สั่งสมมานานจริงๆ ถึงทำให้แฟนๆ ยอมรับได้ทุกวันนี้

Iceborne ไม่เพียงแต่จะปรับระบบการเล่นหลายอย่างให้ง่ายขึ้น แต่ยังมีลูกเล่นการต่อสู้ใหม่ๆ และ Content ที่รอให้นักล่าได้เข้ามาสัมผัสกันมากมาย หลังจากภาคเสริมตัวนี้ปล่อยไป เกมก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่มีอัปเดตอะไรเข้ามาตลอดไม่ให้ผู้เล่นทิ้งกันไปไหน ด้วยความที่เป็นเกม Long Term ต้องอาศัยชั่วโมงการเล่นที่นานกว่าจะไปถึงเป้าหมาย จึงทำให้ผู้เล่นต้องวนกลับมาเล่นอยู่บ่อยๆ ส่งผลให้เกมก็คึกคัก เล่นออนไลน์ได้ไม่มีเหงาเช่นกัน

หนึ่งใน Content ล่าสุดที่ทำให้ผมกลับมาตื่นเต้นหลังจากคราวที่ Iceborne ออก ก็คือการมาของ Safi’Jiiva ซึ่งเป็นลาสต์บอสของเนื้อเรื่องภาคหลักที่โตเต็มวัยแล้ว ตอนเจอครั้งแรกขนลุกสุดๆ เพราะเซ็ตติ้งสถานที่มาดี อีกทั้งมีความเป็นมาไม่ใช่อยู่ๆ ก็โผล่เข้าเกม หน้าตาก็ดูหล่อเท่ แต่ทั้งหมดนี้เทียบไม่ได้เลยกับตอนสู้ เพราะเดือดแบบสาแก่ใจช้อยมาก ทั้งมือไม้ทั้งพ่นลำแสง ท่าโจมตีนางดุสุดๆ มีจับงับแล้วพ่นไฟอัดใส่ด้วย จีเนียสโคตร55555 ถือเป็น Bossfight กับมังกรในแบบที่เราโหยหาเลย อย่างที่ Dark Souls เคยทำมาก่อนกับ Darkeater Midir (ซึ่งหลายคนก็ชอบเอามาเปรียบเทียบกับ Xeno’Jiiva ของเกมนี้)

พิมพ์มาซะยาว จริงๆ แล้วผมเคยเขียนถึงเอาไว้ช่วงออกใหม่ๆ ตามไปอ่านกันต่อได้นะครับ55
https://jukewith.me/iceborne


อันดับ 3. Control


เกมแอคชั่นม้ามืดที่มีกราฟิคแปลกตาน่าสนใจมาก โดยจะเป็นภาพที่ออก Film Grain และเล่นกับแสงสีวูบวาบดูเหนือความเป็นจริง แค่ประการนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Control ควรค่าแก่การหยิบมาลองเล่นดูสักครั้ง

เนื้อเรื่องของ Control ไม่ได้เดินเส้นตรงเป็นหนังแอคชั่นสาวพลังจิตอย่างที่ผมนึกภาพไว้ก่อน แต่ล้ำไปไกล มีประเด็นให้ขบคิดในระหว่างเล่นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสิ่งที่ต้องชมเลยก็คือการถ่ายทอดเนื้อเรื่องออกมา ค่อยๆ เล่า ค่อยๆ เผยความลับอย่างมืออาชีพมาก เหมือนว่าได้ดูซีรียส์ดีๆ สักเรื่องอยู่

อีกหนึ่งจุดแข็ง คือเกมนี้กำกับภาพดี ใช้องค์ประกอบศิลป์เข้ามามีส่วนร่วมกับฉากต่างๆ ในเกมโหดมาก ชดเชยกับโมเดลและ Texture ที่อาจจะดูไม่สมจริงไปได้หมดจด แถมเอฟเฟคต์ระบ่งระเบิด ข้าวของกระจุยกระจาย การสาดพลังจิตใส่กัน หรือแม้แต่แค่ยิงปืนก็ทำออกมาดูดีแบบเกินเบอร์ เพิ่มอรรถรสตลอดการเล่น

นอกเหนือจากนั้นเกมยังรองรับ Ray Tracing และโชว์ศักยภาพส่วนนี้ออกมาได้ไม่น้อย แสงเงาการตกกระทบกับวัตถุต่างๆ นี่มายังไงก็อย่างนั้นเลย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ถ้าเราเอาตัวไปบัง มันก็จะเห็นเป็นเงาของตัวเราบังภาพที่ฉายอยู่ตามนั้นเลยด้วย ตื่นตาตื่นใจกับอะไรแบบนี้สุดๆ

ข้อเสียอย่างหนึ่งของ Control อยู่ที่ไดอะล็อกบทพูด ที่บางทีก็ดูเชยไปบ้างผิดกันกับการเล่าเรื่องล้ำๆ แต่ที่ขัดใจผมก็มีแค่นี้เอง เมื่อเทียบกันกับงานภาพและ Gameplay สนุกๆ แบบนี้แล้ว จิ๊บจ้อยมาก มงลงสุดๆ สำหรับเกมนี้


อันดับ 2. Sekiro: Shadows Die Twice


นี่คือจุดสูงสุดของ FromSoftware ณ ขณะนี้ เพราะเซคิโรถือเป็นผลจากการรวบรวมเอาจุดเด่นและลบข้อด้อยจากเกมก่อนๆ ที่ค่ายเคยทำมาทั้งหมดลง และนำมาปรับใช้ให้ระบบ Gameplay ของเกมนี้ออกมาลื่นไหล สนุกสะใจมากๆ

ผมมองว่าระบบการต่อสู้ถือเป็นจุดเด่นที่สุด เราจะเห็นได้ว่าทุกๆ ศัตรูนั้นต้องการการรับมือที่ต่างกันออกไป และมีทางเลือกทั้งแบบยากและง่ายให้ใช้ ยิ่งรวดเร็วก็ยิ่งเสี่ยง

อีกทั้ง. มันขุดเอาประสาทสัมผัสของเราออกมาดีเยี่ยมเลยทีเดียว จนชวนให้ตื่นเต้น กดดันอยู่ตลอด ภายใต้ความสมดุลของตัวเกมที่ทำให้รู้สึกว่าสามารถเอาชนะได้ ด้วยระบบเกจ Posture ที่มีควบคู่กันกับหลอดเลือด เป็นทางเลือกให้เราว่าจะเข้าหาศัตรูอย่างไร จะตีไปจนกว่า Posture ศัตรูจะแตก หรือตอดเลือดทีละน้อยๆ ก็ได้ เพราะยิ่งเลือดน้อย Posture ก็ยิ่งฟื้นช้า ซึ่งเกจนี้มีทั้งเราและศัตรู นั่นเลยรู้สึกว่าเราเท่าเทียมกัน และไม่มีใครโกงไปกว่าใครนัก

ทุกความพยายามของเราจะไม่สูญเปล่า การได้ประมือกับศัตรูบ่อยๆ คือการเรียนรู้ ทำความคุ้นเคยกับ Mechanic ของตัวเกม และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจดูที่ทาง ใช้สมาธิให้ดี กับแค่ลูกน้องระหว่างทางคุณก็บุ่มบ่ามไม่ได้ เพราะลูกน้อง 1 ตัวนั้นก็มีเกจ Posture เป็นของตัวเอง การเผชิญหน้าทีละพร้อมๆ กันนั้นจึงไม่ใช่วิธีที่สบายนัก โชคยังดีที่เกมใส่ระบบลอบสังหารมาให้ เพื่อให้เรารับมือกับส่วนนี

สิ่งที่ผมหลงรักมากกับความเป็น Sekiro นั้นมีสองอย่าง อย่างแรกคืองานกราฟิค ที่เลือกจะแสดงความสวยงามในส่วนที่ควร เช่นภาพวิวทิวทัศน์หรือสิ่งปลูกสร้าง โดยไม่ต้องใส่ใจกับความสมจริงมาก แต่เน้นบรรยากาศให้เรารู้สึกว่าได้ไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นจริงๆ

อีกประการคือการเล่าเรื่อง ที่ยังคงคอนเซปต์เกมค่ายนี้ ว่าโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังและเราไม่ได้รับรู้ นั่นจึงเป็นองค์ประกอบให้เรื่องราวในเกมดูสมจริง และต้องการการปะติดปะต่อหลายอย่างเพื่อนำไปสู่ความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านไดอะล็อกหรือคำอธิบายไอเทม ซึ่งถูกเรียงร้อยมาให้เชื่อมโยงกัน และสามารถตีความไปได้หลายทิศทางพอประมาณ ให้ผู้เล่นได้มีประเด็นไว้ Discuss กัน

และใช่ครับ ผมเคยเขียนถึงเกมนี้ไว้ยาวเหยียดมากกว่านี้😂 ถ้าสนใจตามอ่านกันต่อได้ที่นี่เลย


อันดับ 1. Death Stranding


Death Stranding ถือเป็นประสบการณ์การเล่นเกมที่สดใหม่มาก ด้วยระบบ Gameplay ที่เน้นความเกื้อกูลระหว่างผู้เล่น ทำให้เราไม่รู้สึกว่ากำลังพยายามอยู่คนเดียว และตัว Level Design ที่ต้องยกย่องเป็นล้นพ้นว่าทำออกมาดี ละเอียดมากจริงๆ ทั้งๆ ที่เกมนี้เป็นเกม Open World แท้ๆ

Kojima Studio แสดงให้เราเห็นว่าพวกเขาใส่ใจกับทุกๆ อย่างที่ควรใส่ใจ ไม่ว่าจะการแคสต์นักแสดง การทำดนตรี หรือการลงรายละเอียดกับ Gameplay ทั้ง Stamina ที่อ่อนไหวต่อกระแสน้ำพัด การขึ้นเขา หรือ BB ที่จะอยู่ในน้ำนานไม่ได้ โดนความเสียหายอะไรน้องก็จะร้อง การซ้อนของสูงไปก็ไม่ดี หนักไปก็ไม่ดี ต้องคอยรักษาบาลานซ์ ระวังแบตเตอรี่ และอีกหลายสิ่งอย่าง ซึ่งอยู่ภายใต้ความ Make Sense ที่เราสามารถเดาได้ด้วยกฏฟิสิกส์ตามความเป็นจริง ว่าสามารถทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้

พาร์ทเนื้อเรื่องนั้นถูกวางบทเอาไว้แยบยล พอเฉลยแล้วก็มีว้าว ถึงแม้บทพูดของหลายๆ ตัวละครจะขัดๆ ดูลิเกไปหน่อย แต่ก็ชดเชยด้วยคัทซีนเด็ดๆ หลายฉากที่มีทั้งตื่นเต้น หดหู่ และน่าสะพรึง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีมาให้เห็นบ่อยๆ มันจะแค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ในเกมจะเป็นอารมณ์เหงาๆ ซึมๆ มากกว่า กินบรรยากาศกันไป

สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชอบ Death Stranding ที่สุด และยกให้เป็นอันดับ 1 สำหรับปีนี้ ก็คือการเซตติ้งเรื่องราวในโลกของตัวเกม ให้ออกมาน่าสนใจ&น่าค้นหา สร้างกฎธรรมชาติขึ้นมา โดยอ้างอิงจากแนวคิดหลายๆ อย่างที่พอจะมีอยู่จริง รวมถึงการสร้างความเชื่อในโลกหลังความตาย และตีความมันออกมาอย่างประณีตให้เราพยักหน้าตามได้ สิ่งเหล่านี้ถูกวางไว้เป็นปมกระจายอยู่ในทุกๆ บท, ทุกๆ ไดอะล็อก และทุกๆ เอกสารภายในเกม ให้ได้ซึมซับและเข้าใจโลกในนี้มากขึ้น

การเอาเรื่องเหนือธรรมชาติ มาเล่าให้ดูสมจริงได้แบบนี้ สำหรับผมแล้วถือเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด แต่ Kojima Studio ทำสิ่งเหล่านี้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้จริงๆ ผ่านงานโปรดักชั่นระดับที่ไม่ธรรมดา และกราฟิคเกมที่เรียกว่าไปจนสุดทาง ทิ้งทวนสำหรับเกม Gen นี้แบบสุดๆ อย่างที่นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ครับ ว่าเกมยุคต่อไป ภาพมันจะยังสวยกว่านี้ได้ยังไงอีกเนี่ย

เคยเขียนถึงเกมนี้เอาไว้ช่วงเล่นจบใหม่ๆ ถ้าสนใจตามไปอ่านกันต่อได้เลยจ้า
https://jukewith.me/death-stranding


สารบัญทั้ง 6 Part

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Zreast

Zreast

Editor of Juke With Me — เพราะจริงจังกับเรื่องเล่นๆ . ดีกว่าเล่นๆ กับเรื่องจริงจัง .

โพสต์ที่น่าจะคล้ายๆ กัน