Select Page

[Review] Borderlands 3 — ท่องอวกาศ เลือดสาด แก๊งหน้ากาก ห่ากระสุน และ Cyberpunk!9 min read

by | 19 Sep 2019 | Featured, Review

การนับเลข 3 ของซีรียส์โหด มัน ฮา อย่าง Borderlands หลังจากห่างหายจากภาคล่าสุดอย่าง Pre-Sequel ไปร่วม 5 ปี และ Tales from the Borderlands ไปอีก 4 ปี

ถึงตัวเลขมันจะไม่ได้นานมากนัก แต่ก็ต้องบอกว่า มันรู้สึกเหมือนรอมานานจริงๆ เพราะเนื้อเรื่องหลักมันแทบไม่ได้คืบหน้าไปจากภาค 2 เท่าไหร่ ก็ต้องบอกว่าโชคดีที่การรอคอยมันสิ้นสุดลงสักที ตอนนี้ยังเล่นไม่จบแต่อยากรีบมาเล่าสู่กันฟังสักนิดหน่อยก่อน

.     .     .

– ถ้าไม่นับข่าวเดือดๆ ในช่วงก่อนเกมออก (ที่เยอะใช่ย่อย😂) ก็ต้องบอกว่าตัวอย่างที่ทาง Gearbox เผยนั้นยกระดับให้ตัวเกมดูอาร์ตขึ้นเยอะเลย

– มันมาทรงนี้จริงๆ เพราะแค่ปกเกมก็อย่างเท่แล้ว แถมถ้าใครซื้อแผ่นก็จะทราบว่าตัวปกทำเป็นสีเรืองแสงๆ เหมือนพวกการ์ดฟอยล์ด้วย สุดจะงาม

– จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ Intro เปิดเกม ที่กระตุกความ hype แรงๆ ให้หายคิดถึง คือขึ้นมาเจอมาร์คัสเล่าเรื่องก็น้ำตาซึมแล้ว ทั้งยังช็อต Signature ระหว่างเจ้า Skag กับแก๊ง Bandit ก็ยังมีให้เห็น

– เป็นการเปิดเกมที่สนุกมากอย่างที่ทุกคนจะต้องชอบไม่ใช่แค่แฟน Borderlands เท่านั้น. เรายิ้มไม่หยุดเลย แค่นี้ก็มีความสุขแล้วจริงๆ

– ภาพรวมอาจจะไม่ได้พีคมากอย่างที่ Pre-Sequel ทำเอาไว้ ที่พาเราทะยานขึ้นอวกาศกันมันส์ๆ แต่เริ่ม อันนี้ก็จะเป็นอีกฟีลนึง แต่แน่นอนว่าเพลงเปิดก็ยังคงเลือกมาได้ฉลาดมากเช่นเดิมอยู่ดี ฟังเพลินๆ โยกตามอย่างสนุกๆ

CL4P-TP – as a Mistake

 

First Impression หลังจากเริ่มบังคับตัวละครได้ ก็คือ Performance โคตรเลวร้าย! 555555

สำหรับแพลตฟอร์ม PS4 คือกระตุกแบบถ้าเล่นต่อมีหวังมึนตาย (ขนาดเครื่องโปร) ตรงนี้ต้องไปปรับใน Option ให้เลือกจะเน้น Performance มากกว่า Resolution ก็จะกลับมาลื่นปกติ แต่ก็งงเหมือนกันว่าถ้ามันกระตุกขนาดนี้ก็ควรจะปรับ Prefer Performance เป็นค่าตั้งต้นแล้วรึเปล่า?

– ทั้งนี้สำหรับ XBOX ไม่รู้ว่าเจอแบบนี้ไหม ส่วน PC ก็คงไม่น่าเป็นปัญหา เพราะเราต้องปรับให้รู้สึกว่าลื่นก่อนเล่นอยู่แล้ว

การพูดโต้ตอบของตัวละครเรากับ NPC ก็ยังรู้สึกว่าไม่มีชีวิตชีวาเท่าไหร่ เพราะมันเว้นจังหวะแบบดูออกว่าไม่ไหลลื่น แถมในคัทซีนเราก็ยังเป็นใบ้อยู่ดี

โลเกชั่นสวยๆ ดิบๆ สไตล์ Pandora

Unreal Engine 4 สุดยอด ฟิสิกส์ในเกมพัฒนาขึ้นไปเยอะมาก เหยียบต้นไม้ใบหญ้าก็มีล้มตาม แสงเงาตกกระทบนี่จัดเต็ม แถม Texture ก็มีการเปลี่ยนด้วย อาทิกำแพงผนัง ที่เวลาโดนยิงก็จะมีแตกกระจุยออกมาเป็นชิ้นๆ

ภาพงามขึ้น เลยแอบรู้สึกว่ามันดูสมจริงไม่สมกับคำว่า Unreal เหมือนกัน จะค่อนข้างคล้ายกับหลายๆ เกมในยุคนี้ จนเฉยๆ กับอาร์ตสไตล์แบบนี้แล้ว ขึ้นอยู่กับมุมมองจริงๆ ว่าชอบมั้ยที่ภาพมันพัฒนามาในทางนี้ครับ การมีเส้นคล้ายการ์ตูนมันกลายเป็นกรอบสำคัญที่ทำให้กราฟิคกระโดดไปมากกว่านี้ไม่ค่อยจะได้ แต่เอาเถอะ ส่วนตัวผมมองว่าพัฒนาเรื่องไลต์ติ้งให้ดูดีมาได้ขนาดนี้ก็พอใจแล้ว

UI ทันสมัยขึ้นในแบบของ Borderlands. ภาพลักษณ์เวลายิงแล้วเห็นหลอดเลือดค่อยๆ ลด ตัวเลขวิ่งกระจุยอะไรงี้ดูสมูทขึ้น เลยพลอยรู้สึกว่ายิงสนุกขึ้นด้วย

– ล้อนู่นนี่มีให้เห็นเต็มไปหมด มุกเลวๆ มุกเล่นคำ มุกตลกร้ายก็ยังเยอะเหมือนเดิม5555555 เล่นทิ้งเล่นขว้าง ยิง 10 ฮาสัก 2 ตามฟอร์มของซีรียส์นี้ บางมุกก็ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกยังไงกับแม่งดี

Map กลายเป็นสามมิติให้ซูมๆ หมุนๆ ดูได้ ลดความปวดหัวระหว่างทำเควสลงเยอะมาก ช่วยมากจริงๆ เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์สุด

เพิ่มการปีนป่ายเข้ามา ทำให้เคลื่อนที่ผ่านสิ่งกีดขวางอิสระขึ้น เป็นลูกเล่นที่ถูกเอามาต่อยอดเยอะมากในเกม เรียกว่าใช้คุ้ม

– ส่วนปืนนี่ไม่ต้องห่วง มีของเล่นใหม่เยอะมากกกก เลือกใช้กันเพลิน แต่ละยี่ห้อก็บาลานซ์กันดีกว่าเมื่อก่อนด้วย

มีบั๊กให้เห็นค่อนข้างมากทีเดียว ทั้งแสดงเควสผิด, ขึ้นคนพูดผิดรูป, ฟีเจอร์ไม่ปลดล็อค กด Fast Travel ไม่ได้ ต้องเข้า Option ไปรีเซ็ต Tutorial ใหม่ (เรื่องร้ายแรงนะเฮ้ย) รวมถึงเควสบั๊กก็มีให้เห็นเยอะ แต่เท่าที่เจอทั้งหมดแก้ได้ด้วยการออกเกมแล้วกลับเข้ามาใหม่

– บางทีก็รุนแรงถึงขนาดเกม crash ไปเลย

ซับไตเติ้ลยังขึ้นไม่ค่อยตรงกับเสียงที่พูดจริงๆ อันนี้เป็นปัญหาที่เจอมาตั้งแต่ภาค 2 / Pre แล้ว และเหมือนจะเป็นแค่คอนโซล เพราะตอนผมเล่น PC (ภาคเดียวกัน) ไม่ยักเจอมั้ง บางจังหวะจะถึงขนาดว่าพูดประโยคยาวๆ ไปสัก 2-3 วิ แล้วถึงจะสลับเอาส่วนที่แสดงไม่หมดขึ้นมาให้อ่านต่อ แต่พอพูดจบก็จะหายไปเลย กลายเป็นว่าอ่านประโยคหลังๆ ไม่ทันงี้

– บางครั้งถ้าเรากำลังกดหรือทำอะไรอย่างอื่นอยู่ระหว่างตัวละครพูด ซับก็จะไม่แสดงเลยด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าต้องฟังๆ จับใจความเอาเอง

– ยังคงเป็นเควสในเควสในเควสเหมือนเดิม คือถ้ารับมันทุกเควสที่ขวางหน้านี่ พอจบอันนึงไปต่ออันนึงก็ถือว่ามึนอยู่เหมือนกัน

– แต่ทุกเควสภาคนี้ถือว่าดีไซน์มาดี ไร้สาระก็ไร้สาระให้สุด เรารู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องหลักขึ้นเยอะ

ตัวละครภาคนี้มีสเน่ห์น่าสนใจทั้งที่มาใหม่และหน้าเก่าๆ เลย รู้สึกว่ามันเป็นจุดบรรจบจากภาคก่อนๆ ที่ลงตัวมาก ทุกคนดูอยู่ถูกที่ถูกทาง และเกี่ยวข้องกันเหมาะเจาะ ที่สำคัญหลายคนก็เปลี่ยนลุคไปแล้วดูดีขึ้น

Vault Hunter หน้าใหม่ 4 คนที่ตบเท้ามามีบทบาทในภาคนี้

– ถ้าถามว่า โลกที่ไม่มีแจ๊คจะยังสนุกอยู่อีกเหรอ? ก็ต้องบอกเลยว่าสนุก มันมูฟออนเลยจุดนั้นไปไกลแล้

(สปอยล์นิดหน่อย) คือดีใจ+ตกใจมาก ที่ได้เห็นการกลับมาของ Rhys (พระเอกของ Tales) อารมณ์แบบเฮ้ยจะได้เห็นความเป็นไปของตัวละครนี้ต่อ แต่พอได้เจอจริงๆ ถึงรู้ว่าเสียงพากย์มันไม่ใช่ Troy Baker นี่หว่าาา ก็เลยกลับไปตามๆ ข่าวแล้วถึงรู้ว่ามีดราม่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนนักพากย์ของ Rhys อยู่ ก็ถือว่าน่าเสียดาย และมันทำให้รู้เลยว่าเสียงพากย์นี่มีผลต่อภาพลักษณ์ของตัวละครจริงๆ แฮะ รู้สึกเหมือน Rhys กลายเป็นคนละคนไป แต่เอาเถอะ ฟินๆ หายคิดถึง รู้สึกว่าทีมงานใส่ใจกับการนำเอา Tales มาเชื่อมกับจักรวาลหลักมากๆ

– สำหรับใครเสียดายความเวิ้งๆ ตะลุยอวกาศแบบภาค Pre-Sequel ก็หายห่วงได้ว่าภาค 3 ยังคงมีกลิ่นอายแบบนั้นอยู่ แถมสภาพแวดล้อมโลเกชั่นนี่หลากหลายขึ้นเยอะจริงๆ เรียกว่าเสพทิวทัศน์กันจนงามตา

เนื้อเรื่องขยายสเกลขึ้นใหญ่โตมาก และน่าจะสนุกจุใจสมกับที่รอไม่มากก็น้อย

– แต่ละแบรนด์ที่ผลิตปืนเข้ามามีบทบาทกับเรื่องมากขึ้น ให้เห็นว่าจักรวาลนี้มันมีที่มาที่ไปหมด อยากรู้หน้าค่าตาของเจ้าของแบรนด์อื่นๆ นอกเหนือจาก Hyperion. ก็จะได้เห็น

แก๊ง Bandit ที่เรียกว่าเป็นจุดขายของภาคมีการปรับเปลี่ยนไปนิดหน่อย เก่าไปใหม่มา เปลี่ยนจาก Midget (คนแคระตัวเล็กๆ เสียงกวนๆ) เป็น Tink แทน พาร์ทนี้ถือว่าเป็นสีสันของเกมที่ขาดไม่ได้ คือวันไหนเครียดๆ ได้กลับมาสาดกระสุนใส่เจ้าพวกนี้ก็ระบายอารมณ์ไปอีกแบบ

เพลงที่ Insert เข้ามาในเกมคือที่สุด ทั้งระหว่างสู้บอสที่มันมากจนต้องโยกตาม หรือบาง Chapter ที่เปิดเพลงโคตรโดน ช่วยเติมรสชาติให้เล่นสนุกขึ้นมากจริงๆ (Chapter ที่ว่านี่น่าจะสนุกที่สุดตั้งแต่เล่น Borderlands มา)

– จากที่เห็นในตัวอย่างเราจะได้เห็นเมืองเท่ๆ ล้ำๆ ให้ฟีล Cyberpunk เบาๆ อันนี้ก็เป็นจุดที่สอบผ่านของเกม และใส่สีสันแสงนีออนเข้ามาเยอะดูงามตาไปหมด คือได้เสพบรรยากาศจนอิ่ม เป็นอีกมิติของเกมที่แปลกใหม่แต่ถูกใจมาก

.     .     .

โดยรวมแล้ว.

Borderlands 3 ถือเป็นการรียูเนี่ยนของตัวละครที่หายคิดถึงเป็นปลิดทิ้ง ยังคงเป็นเกม Shooter Looter บู๊แหลกแจกกระสุน ที่แม้จะตกยุคไปสักหน่อยสำหรับปี 2019 แต่ก็ต้องบอกว่ามันคือสูตรที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว และ Gearbox ก็ยังมั่นคงกับมันต่อ แค่นั้นก็น่าพอใจยิ่ง สำหรับความเป็นภาคต่อที่อย่างน้อย พวกเขาก็ทำส่วนที่ดีให้ยังคงดีอยู่

ในจุดของความที่เป็นภาค 3 จึงต้องเรียนด้วยเช่นกันว่า ถึงเนื้อเรื่องจะไม่ซับซ้อน แต่มันก็เล่าไปอีกสเกลหนึ่งแล้ว ดังนั้นถ้าเพิ่งมาเล่นใหม่ภาคนี้ก็จะรับไปได้แค่ส่วนของความสนุกเท่านั้น ถ้าจะเอาให้อินกับเนื้อเรื่องด้วย อาจจะต้องย้อนกลับไปเล่นอย่างน้อยก็ 2 เกม คือ Borderlands 2 (รวม DLC สุดท้าย) และ Tales From the Borderlands ครับ

เอาไว้เล่นจบเมื่อไหร่จะทำ Discuss เนื้อเรื่องแบบสปอยล์เต็มๆ มาอีกทีหนึ่ง

Zreast

Editor of Juke With Me 

เพราะจริงจังกับเรื่องเล่นๆ ดีกว่าเล่นๆ กับเรื่องจริงจัง

Zreast

Editor of Juke With Me 

เพราะจริงจังกับเรื่องเล่นๆ ดีกว่าเล่นๆ กับเรื่องจริงจัง

Pin It on Pinterest

Shares
Share This