Bring Me The Horizon Live in Bangkok 2019

13.11.2019 at SHOW DC Arena

สำหรับผมแล้ว นี่เป็นโชว์ที่ดีที่สุดของบ้านเราในปี 2019 เลยครับ ถึงจะยังไม่ครบสิ้นปีก็ตาม

การกลับมาเล่นที่ไทยอีกครั้งของพวกเขา BRING ME THE HORIZON รอบนี้จัดเต็มและ Exclusive มาก

ประการแรกสุด ที่พอได้รู้และโคตรถูกใจ ก็คือการที่ Very เลือกจะมาจัดงานคอนเสิร์ตร็อคอินเตอร์กลางแจ้ง ซึ่งเป็นโอกาสไม่บ่อยจริงๆ ถ้าย้อนกลับไปล่าสุด ก็คือ Slipknot เมื่อครั้งมาไทยปี 2004 – 15 ปีเห็นจะได้

การจัดกลางแจ้งนั้นต้องยอมเสี่ยงกับสภาพฝนฟ้าอากาศไม่น้อย ยิ่งพอไม่มีแอร์+ด้วยความเป็นวงร็อค ก็จะยิ่งเหนื่อยง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่ก็แลกกันกับความสะใจ ฟีล Festival ชมวิวฟินๆ กลางเมือง อย่างที่งาน Paradise Fest เมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยมาจัดที่นี่และประสบความสำเร็จไปแล้ว


งานเริ่มตามกำหนดการหนึ่งทุ่มตรง เป็นคราวของพี่ๆ ANNALYNN ออกมาระเบิดความคลั่งให้กับคนดูก่อน ซึ่งเป็นโชว์เต็มๆ ไม่มีบีบเวลา ใส่ยับทุกเพลงฮิต และก็อย่างที่ผมคาดไว้เลย คือหมดแรงข้าวต้มตั้งแต่ก่อนจะได้เจอเสี่ยไปแล้ว😂

2 เพลงใหม่อย่าง Home และ Holy Gravity ก็ไม่พลาดที่จะเอามาเล่น วันนี้จึงถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน Full Show ของ Annalynn ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่ง ถึงจะดูขลุกขลักนิดหน่อยเพราะพื้นที่ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนก็ตาม (โซน A โซน B และแบ่งซ้ายขวา) มีฝนตกลงมาพอประมาณช่วงท้ายด้วย บรรยากาศเหมือนจะใช้ได้ทีเดียว ติดแต่ว่าหลังจากนั้นแม่งอบอ้าวสุดๆ


ตามกำหนดการแล้ว BMTH จะเริ่มเล่นตอน 3 ทุ่มตรง แต่ด้วยความที่ Annalynn เล่นจบก็แล้ว ทีมงานขึ้นมาเซ็ตอุปกรณ์จนพร้อมก็แล้ว เวลาก็ยังเหลือๆ ประมาณ 2 ทุ่ม 40 เห็นจะได้ ไฟจึงดับลง อันเป็นสัญญาณบ่งบอกให้ทราบว่า พวกเขาพร้อมที่จะเปิดม่านการแสดงแล้ว โดยไม่ต้องให้รอกันต่อนาน


และนี่คือเซอร์ไพรส์แรก! Bring Me The Horizon เลือกที่จะเปิดโชว์ด้วย Ludens เพลงล่าสุดประกอบเกม Death Stranding ที่เพิ่งปล่อยออกมาไม่นาน เท่ม่ากกกกกก เลือกมาเปิดคอนถูกจริงๆ เพราะมันเป็นเพลงที่เริ่มต้นแบบซึมๆ กับดนตรีอย่าง BMTH ยุคใหม่ ไล่ระดับขึ้นจนมาระเบิดเอาท่อน Gimme a break แบบโคตรอลังการ พาคนดูเสียสติกันไปเลยตั้งแต่เพลงแรก

นี่เป็นการเล่น Ludens ครั้งแรกของพวกเขา เรียกได้ว่ารับความสุขกันไปเต็มๆ ทั้งนี้ก็ต้องชมคนดูด้วยที่ร้องตามกันโดยพร้อมเพรียง ยังกับไม่ใช่เพลงอื่นไกลที่ไหน พวกคุณก็สุดยอดเช่นกัน


ตัววิช่วลบนเวทีสวยงามหายห่วง อีกทั้งยังมีแดนเซอร์มาเติมเต็มให้กับบางเพลงตามสมควร แปลกหูแปลกตาแบบที่เห็นไม่ได้บ่อยในคอนเสิร์ตร็อค แต่พอมาคิดว่าเออ พอเป็น BMTH แล้วมันก็ต้องทรงนี้แหละใช่เลย ดูแล้วเพลินครับ

แต่ที่โฟกัสมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นตัวโอลิเวอร์บนเวที นางมาในลุคใหม่ผมทูโทนแบ่งครึ่ง น่ารักมากกก😂 ป๊อบสตาร์จัดๆ จริตจะก้านก็สุด ออกสาวไปอีก แรดแรงง แถมยังไปหัดพูดไทยเป็นคำๆ มาด้วย555555 ขอบคุณคราบ ซาหนุกมายย


สำหรับใครที่ไม่ทราบ ถึงแม้จะเป็นทัวร์ของอัลบั้ม amo แต่วงก็หยิบเอาเพลงก่อนๆ มาเล่นในอัตราที่เยอะมากนะครับ และเซอร์ไพรส์ที่สองของวันนี้ก็คือ

Diamond Aren’t Forever!! ตอนที่เกริ่นมาว่า “We will never sleep” คือช็อคแล้ว พอเริ่มขึ้นเพลงเท่านั้นแหละ ทุกคนเป็นบ้ากันหมด

จากโชว์ในช่วงปีที่ผ่านมา เพลงในอัลบั้มก่อน Sempiternal นี่แทบไม่ถูกหยิบเอามาเล่นอีกแล้ว การได้ฟัง Diamond อีกจึงสุดมาก คลั่งมาก คนแน่นเป็นปลากระป๋องก็ช่าง เรียกว่ามอชกันแบบลืมตาย


อีกเพลงที่ขนลุกเลย ก็คือ Shadow Moses ที่ก่อนขึ้นจะปล่อยเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนแดนเซอร์จะออกมาโบกธงประจำวง และเร่งซาวด์บิวท์กันเต็มที่ พอโอลิเริ่มร้อง ทุกคนก็ขาน “We’re going no where” รับกันสุดเสียงมาก เป็นเพลงชาติที่ขาดไม่ได้จริงๆ

จะว่าไปแล้ว เพลงของ BMTH จะชอบมีท่อนให้คอลตาม คล้ายกับเพลงไอดอลอยู่เยอะเหมือนกัน5 (อาทิ “We’re going no where” / “Brick by brick by brick” / “S.P.I.R.I.T.”) ซึ่งก็ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมไปกับเพลง ต้องขอบคุณอีกครั้งจริงๆ ที่ทุกคนสนุกกัน พลอยทำให้งานวันนั้นสนุกไปด้วย


ทางด้านโอลิเวอร์นี่นางยิ้มตลอดโชว์ คือเราว่าคงแฮปปี้แหละที่คนดูมีส่วนร่วมเยอะขนาดนี้ สั่ง mosh pit / circle pit ก็ไปหมด ถูกใจถึงขนาดดึงแฟนเพลงขึ้นมาร่วมร้อง Anitivist เดือดๆ ซึ่งพี่ที่ขึ้นมานี่ต้องชมเลยครับ ทั้งร้องทั้งไฮป์ ไม่มีเสียบรรยากาศ และยังมีอีกหลายโมเมนต์ที่โอลิลงมาเซอร์วิสแฟนๆ บ่อย ไปจนถึงจุ๊บหัวน้องผู้หญิงคนนึงด้านหน้าก็มี ในเพลง nihilist blue เห็นแล้วฟินแทน godddd i wish that were me


นั่นแหละครับ โชว์ใส่เต็มกันจริงๆ ขนาดเพลงเบายังแถมว้ากให้ ตอกหน้าพวกที่ชอบล้อว่าป๊อบ ว่ามึงมาดูกูนี่5555555 แม้แต่เพลงในยุคใหม่ ที่คิดว่าคงไม่เหมาะกับเล่นสด ยังทำให้สนุกได้ จอร์แดนก็เล่นกับคนดูเก่ง โอลิก็เสียงคุณภาพมากว้ากสุดหลอด เพอร์ฟอร์มกันดีจริงๆ

ส่วน Setlist นี่เรียกว่าคนละเรื่องกับที่เราเคยเดาไว้เลย ต่างจากโชว์ที่ผ่านมาแบบสิ้นเชิงตั้งแต่เปิดด้วย Ludens แล้ว / Happy Song ที่เฮียเคยบอกว่าจะเล่นครั้งก่อนเป็นครั้งสุดท้าย แต่มาไทยก็ยังได้ชมกันอีก / เพลงเก่าก็มา มีตัดเพลงประจำช่วงหลังๆ ออกไปบ้างนิดหน่อย (Avalanche, in the dark) แต่โดยรวมแล้วครบรสชาติในวงเดียว บทจะเดือดก็เดือดสุดตัว บทจะหวานจะคิ้วท์ก็มีให้ฟินกัน เพิ่งจะมาเห็นข้อดีของความที่วงเปลี่ยนแนวดนตรีไปเยอะก็ตรงนี้นี่เอง เพราะได้ดูคุ้มมาก



ใครที่ไปวันนั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ไม่รู้ว่าประสบการณ์แบบนี้จะยังหาได้อีกไหม เต็มไปด้วยโมเมนต์ประวัติศาสตร์จริงๆ

ไอเลิฟ


🎵 Setlist

1. Ludens (เล่นครั้งแรก)
2. Can You Feel My Heart
3. wonderful life
4. medicine
5. The House of Wolves
6. sugar honey ice & tea
7. Diamond Aren’t Forever (เล่นครั้งแรกหลังหายไปนาน)
8. Shadow Moses
9. Happy Song
10. mother tongue
11. Antivist (โอลิพาคนดูขึ้นมาร้องด้วย)
12. nihilist blues
13. Follow You
14. Throne

🎵 Encore

15. MANTRA
16. Drown

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Zreast

Zreast

Editor of Juke With Me — เพราะจริงจังกับเรื่องเล่นๆ . ดีกว่าเล่นๆ กับเรื่องจริงจัง .

โพสต์ที่น่าจะคล้ายๆ กัน