Select Page

[Review] Weathering with You — บทเรียนอันสวยงามของความรัก ความฝัน และการเผชิญหน้ากับความจริง6 min read

by | 6 Sep 2019 | Featured, Review

ประสบความสำเร็จแบบเลิกสงสัยได้เลย ด้วยรายได้ที่ทะลุหมื่นล้านเยนไปแล้ว จากการฉายเพียงแค่เดือนเศษ ยังไม่รวมถึงโฆษณาทีวีอีกจำนวนมาก (ที่ชอบส่วนตัวคือซอฟต์แบงค์😂) ชมว่าคราวนี้ทำตลาดกันดีจริงๆ ไม่เว้นกระทั่งในไทยที่ก่อนฉาย ก็มีหลายเพจร่วมเป็นหนึ่งในแรงโปรโมตด้วย

ด้วยกระแสเหล่านี้ ต้องขอบคุณ M Pictures ที่ไม่ปล่อยให้ซาไปนาน และเลื่อนวันฉายเข้ามาให้เร็วขึ้น ซึ่งนอกจากจะทันหน้าฝนแล้ว วันฉายวันแรกก็ฝนถล่มลงมาได้จังหวะพอดิบพอดีเช่นกัน 55

.     .     .

Tenki no Ko เป็นเรื่องราวโรแมนติก/แฟนตาซี/ดราม่า ตามความถนัดของผู้กำกับอย่าง มาโคโตะ ชินไค ชื่อที่น่าจะเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปแล้ว ด้วยธีมลมฟ้าอากาศ ที่นำมาเชื่อมโยงเข้ากับความรู้สึกของคนเช่นนี้ ต้องบอกว่าเป็นคอนเซปต์ที่กินขาด และเอาคนดูอยู่หมัดได้ไม่ยาก

สามารถทำให้จินตนาการโทนเรื่องได้ ตั้งแต่หนังยังไม่ทันฉาย สำหรับผมถือว่าไม่ธรรมดา

ความประทับใจประการแรก เป็นไปตามที่หวังไว้ คือภาพสวยมากกก เล่นแสงก็สวย ใช้ 3DCG เข้ากันกับภาพที่เป็นเส้นได้เนียนๆ อย่างที่อนิเมชั่นหลายเรื่องยังทำไม่ได้

หนังยังมีท่าไม้ตายกับ Vibe ที่สุดยอด คือเฮ้ยมันไปไกลมาก สายฝนกับแสงไฟ ให้ฟีลหน่วงๆ เหงาๆ แบบมาเต็ม นี่แหละมันคือสูตรสำเร็จที่เรายินดีจะเสพมันได้ซ้ำๆ ชนิดไม่มีเบื่อเลย

.     .     .

ตัวเอกอย่างโฮดากะ และฮินะ พาเราขับเคลื่อนเนื้อเรื่องไปด้วยอารมณ์ซะส่วนใหญ่ เพลิดเพลินกับโมเมนต์ดีๆ ที่เกิดขึ้น เป็นพาร์ทของความฝันที่ไม่ได้เพ้อมากจนเกินไป ทัชกับวัยหัวเลี้ยวหัวต่อได้อย่างรุนแรงมาก ความรักของทั้งสองที่ก่อตัวขึ้นก็ดูมีน้ำหนัก น่าเอาใจช่วยไม่น้อย เพราะมันก็มาพร้อมด้วยเงื่อนไขที่ไม่ได้ง่าย เป็นใจความหลักของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเรื่อง

หนังหยอดเอาสิ่งที่เรียกว่า “ความจริง” เข้ามาให้เราได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ว่าชีวิตจริงมันต้องต่อสู้ตลอดเวลา มันมีกำแพงของความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กอย่างพวกเขายังก้าวพ้นมันไปไม่ได้ มันน่าเจ็บใจ แต่ก็ทำให้เราอยากจะเอาใจช่วย

เมสเสจหนึ่งของหนังที่โคตรจะจริงในจริง คือคนเป็นผู้ใหญ่จะชอบเห็นปัญหาที่เด็กกำลังเผชิญอยู่เป็นเรื่องเล็ก ‘พอโตมาเดี๋ยวก็จะรู้ว่ายังมีเรื่องอีกมากที่ใหญ่กว่า แล้วเรื่องแค่นี้ก็จะจิ๊บๆ ไปเลย’ แนวคิดแบบนี้ยังคงพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม
ซึ่งตรงนี้ก็ต้องอย่าลืมว่าก็เพราะว่าพวกเขาเป็นเด็กนั่นแหละ สเกลมันจึงใหญ่ระดับชีวิต และมากพอจะทำให้คนๆ หนึ่งกล้าทำทุกอย่าง ชินไคนำเสนอประเด็นเรื่อง age gap นี้อย่างหนักแน่น ชวนให้เราตั้งคำถามกับมันได้ตลอดเวลา

.     .     .

ในอีกฝั่งนึง สิ่งที่ Tenki no Ko สอบตก สำหรับผมมีอยู่สองเรื่อง

หนึ่งคือด้วยความที่หนังมันเน้นอารมณ์พาไป บางช่วงก็เลยชักจะไปกันใหญ่😂 ดูแบบปล่อยจอยไปเลย555555 จากที่ว้าวว่าใส่ใจทุกรายละเอียดมาก กลายเป็นโยนความสมเหตุผลทิ้ง แล้วปล่อยทุกอย่างไปตามทางของมัน ก็เอาซิ๊ชั้นจะเล่าแบบนี้ ซึ่งถ้าใครชอบก็คือชอบไปเลย แต่เผอิญผมอยู่ฝั่งที่ค่อนข้างเบื่อกับการเดินเรื่องแบบนี้ เลยแอบเซ็งๆ นิดนึง

อย่างที่สองคือพาร์ทของเพลง ซึ่งควรจะเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่กลับถูกหยิบมาใช้ไม่ค่อยเนียน นึกอยากจะขึ้นก็ตัดขึ้นง่ายๆ เหมือนพอจะ Time Skip งั้นใส่เพลงเข้ามาเลยละกัน จังหวะตรงนี้ยังขาดๆ เกินๆ ไปเยอะ

รวมไปถึง. เพลงในฉากสำคัญก็รู้สึกว่าไม่ได้อิมแพคกับเรามาก ทำได้แค่เสมอตัว จึงน่าเสียดายที่จบเรื่องมาแล้วกลับติดหูแค่เพลงเดียวเท่านั้น และเป็นเพลงที่ทุกคนน่าจะเดาได้

ถ้าอนุญาตให้ผมเปรียบเทียบ สำหรับเรื่อง Kimi no Na wa เราปฏิเสธไม่ได้ว่าโดนโกงความรู้สึกด้วยเพลง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ถูกกำกับจังหวะขึ้นลงมาได้ดีมาก ทุกอย่างกลืนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว ผมว่ายังตีโจทย์ตรงนี้ไม่แตกครับ

จุดติอีกเรื่องอันนี้อยู่ที่ทาง M Pictures ที่ไม่ได้แปลเพลงมาด้วย (จำไม่ได้ว่าเรื่องก่อนแปลไหม) ถือว่าค่อนข้างบาป เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามันสื่อมันพ้องกับเรื่องมากแค่ไหน ซึ่งมันก็ควรจะได้รู้รึเปล่าถ้าเกิดมีการแปล อะไรแบบนี้ ถือเป็นโอกาสที่พลาดไปและน่าเสียดาย

.     .     .

โดยรวมแล้วถูกใจอย่างจังกับธีมเรื่องแบบนี้ แต่ยังมีหลายอย่างให้สัมผัสได้ ว่าเป็นสูตรแบบที่ภาพยนตร์อนิเมชั่นชอบทำเพื่อให้มันครบรส จนคิดว่า ‘ถ้ามาแนวนี้อีกครั้งที่ 3 นี่เบื่อแล้วนะ‘ อยู่เหมือนกัน อีกข้อดีที่สำคัญ คือหลายตัวละครมีมิติและมีสเน่ห์เป็นของตัวเองสูงมาก มากพอจะมีเรื่องให้พูดถึงได้ทุกคน ทั้งคาแรคเตอร์ที่ดูเรียล หรือจะคาแรคเตอร์แนวที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ก็ถูกใส่เข้ามาซัพพอร์ตให้เนื้อเรื่องมีชีวิตชีวาขึ้น

นอกจากนั้น ก็มีช็อตขี้โกงๆ มอบรางวัลให้คนดูอยู่ด้วย ทำเอาดีใจมากกกจนล้นออกมาทางสีหน้าเลย ≧◡≦

.     .     .

บรรยากาศที่ถูกบิวท์ออกมา และงานภาพในทุกฉากทุกตอน คือองค์ประกอบที่ไปจนสุดทาง และมันจะทำให้คุณหลงรักเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นคอหนังแนวไหนมาชมก็ตาม

โลกแห่งความจริง กับวิกฤติแห่งความฝัน สองสิ่งนี้คอยผลักกันไปมาตลอดเรื่อง
และผลลัพธ์ที่ออกมานั้นก็ถือว่าน่าดูชม คิดว่าเป็นประเด็นที่น่าจะสร้างความร้าวฉานไม่น้อย จนสามารถหยิบเอามาเสวนากันต่อได้หลังดูจบอีกยาว

เป็นการลองเสี่ยงของมาโคโตะ ชินไค ที่ต้องยกย่องว่ากล้าหาญมาก

Zreast

Editor of Juke With Me 

เพราะจริงจังกับเรื่องเล่นๆ ดีกว่าเล่นๆ กับเรื่องจริงจัง

Zreast

Editor of Juke With Me 

เพราะจริงจังกับเรื่องเล่นๆ ดีกว่าเล่นๆ กับเรื่องจริงจัง

Pin It on Pinterest

Shares
Share This